"เป็นเก๊าท์เทียม... ต้องงดนม งดแคลเซียมไหม?" ไขข้อข้องใจที่ผู้สูงอายุเข้าใจผิด
"เป็นเก๊าท์เทียม... ต้องงดนม งดแคลเซียมไหม?" ไขข้อข้องใจที่ผู้สูงอายุเข้าใจผิด
"หมอคะ ช่วงนี้คุณแม่ไม่ยอมดื่มนมเลยค่ะ ปลาเล็กปลาน้อยก็ไม่กิน แกบอกว่าแกเป็น 'เก๊าท์เทียม' หมอบอกว่ามันคือผลึกแคลเซียม แกเลยกลัวว่ากินแคลเซียมเข้าไปแล้วมันจะไปพอกที่เข่า ทำให้ปวดอีก... จริงไหมคะหมอ?"
คำถามนี้จากลูกสาวของ "ป้าสมพร" ทำเอาหมอเก่งต้องรีบวางปากกาแล้วนั่งคุยยาวเลยครับ เพราะนี่คือ "ความเข้าใจผิดที่อันตรายมาก" เข้าใจครับว่าพอได้ยินคำว่า "ผลึกแคลเซียม" ในข้อเข่า หลายคนก็เชื่อมโยงไปทันทีว่า "งั้นต้องตัดแคลเซียมออกจากอาหารสิ"
หมอขอประกาศตรงนี้เลยนะครับว่า "ห้ามงดแคลเซียมเด็ดขาดครับ!" เพราะการทำแบบนั้น ไม่ได้ช่วยให้เก๊าท์เทียมหาย แต่จะแถมโรคใหม่ที่ร้ายกว่า คือ "กระดูกพรุน" กระดูกหักง่ายมาแทนครับ วันนี้หมอเก่งจะมาไขความลับว่า ทำไมกินนมแล้วหินปูนไม่ไปเกาะเข่า?
ความจริงของ "แคลเซียมที่เรากิน" VS "แคลเซียมในข้อ"
หมอขอเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ครับ ร่างกายเรามีระบบจัดการแคลเซียมที่ฉลาดมาก เหมือน "ธนาคาร" ครับ
- แคลเซียมที่กิน (เงินฝาก): เมื่อเราดื่มนม หรือกินปลาเล็กปลาน้อย ร่างกายจะดูดซึมเข้ากระแสเลือด และนำไป "ฝาก" ไว้ที่กระดูก (เพื่อให้กระดูกแข็งแรง) ส่วนที่เกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะและอุจจาระ
- แคลเซียมในเก๊าท์เทียม (เงินหล่น): ผลึกในโรคเก๊าท์เทียม (CPPD) เกิดจากความผิดปกติของเซลล์กระดูกอ่อนในข้อเอง ที่สร้างสารบางอย่างผิดพลาด จนทำให้เกิดการตกตะกอนเฉพาะจุด ไม่ได้เกิดจากการที่ระดับแคลเซียมในเลือดสูงล้นจนไหลไปกองที่เข่าครับ
ดังนั้น: การกินแคลเซียมตามปกติ "ไม่มีผล" ทำให้ผลึกเก๊าท์เทียมเพิ่มขึ้น หรือทำให้อาการกำเริบครับ
ทำไมถึงห้ามงดแคลเซียม?
1. ร่างกายมีระบบล็อก (Homeostasis) ระดับแคลเซียมในเลือดคนเรา ถูกควบคุมไว้อย่างแม่นยำด้วยฮอร์โมน (พาราไทรอยด์ และ วิตามินดี) ไม่ว่าคุณจะกินแคลเซียมเยอะแค่ไหน ร่างกายจะพยายามรักษาระดับในเลือดให้คงที่เสมอ ไม่ปล่อยให้ล้นไปเกาะมั่วซั่ว (ยกเว้นคนที่มีโรคไตวาย หรือโรคต่อมพาราไทรอยด์ผิดปกติ)
2. หนีเสือปะจระเข้ ผู้ป่วยเก๊าท์เทียม ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ (60-70 ปีขึ้นไป) ซึ่งเป็นวัยที่ "มวลกระดูกกำลังลดลง" อย่างรวดเร็ว
- ถ้าคุณ "งดนม งดแคลเซียม" เพราะกลัวปวดเข่า
- ร่างกายจะขาดแคลเซียม และไป "สลายกระดูกเก่า" ออกมาใช้แทน
- ผลลัพธ์คือ: เป็น โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ทีนี้แค่ล้มเบาๆ สะโพกหัก หลังหัก เรื่องใหญ่กว่าปวดเข่าหลายเท่าเลยครับ!
3. สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ผลึกก่อตัว ไม่ใช่เพราะกินนมเยอะ แต่เกิดจาก:
- พันธุกรรม: บางครอบครัวสร้างผลึกง่ายกว่าคนอื่น
- อายุ: ความเสื่อมของเซลล์กระดูกอ่อน
- ภาวะขาดแมกนีเซียม (Hypomagnesemia): อันนี้สำคัญ! การขาดแมกนีเซียมต่างหาก ที่อาจกระตุ้นให้ผลึกแคลเซียมก่อตัวง่ายขึ้น
- โรคต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperparathyroidism): อันนี้เป็นโรคที่ทำให้แคลเซียมในเลือดสูงผิดปกติจริงๆ (ไม่ใช่จากการกิน) ซึ่งต้องรักษาด้วยการผ่าตัดต่อม ไม่ใช่การงดอาหาร
แนวทางการดูแล: กินอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งเข่าและกระดูก?
หมอขอแนะนำสูตรการกินสำหรับผู้สูงวัยที่เป็นเก๊าท์เทียม ดังนี้ครับ
1. กินแคลเซียมให้พอดี (วันละ 800-1,000 มก.)
- ดื่มนมจืด, โยเกิร์ต, นมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม ได้ตามปกติ
- กินผักใบเขียว, เต้าหู้, ปลาเล็กปลาน้อย
- สบายใจได้เลยครับ อาหารพวกนี้ไม่ทำร้ายข้อเข่าคุณ
2. เน้น "แมกนีเซียม" ช่วยคุมผลึก งานวิจัยพบว่าแมกนีเซียมช่วยยับยั้งการละลายของผลึกแคลเซียมได้บ้าง ให้เสริมอาหารที่มีแมกนีเซียม เช่น:
- ถั่วอัลมอนด์, เม็ดมะม่วงหิมพานต์
- ผักโขม, อะโวคาโด
- กล้วยหอม
3. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ น้ำช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดี ขับของเสีย และช่วยให้ข้อต่อชุ่มชื้น ลดความเข้มข้นของสารต่างๆ ในร่างกาย
4. รักษาโรคประจำตัว ถ้าเจาะเลือดแล้วพบว่าแคลเซียมในเลือดสูงผิดปกติจริงๆ (Hypercalcemia) หมอจะหาสาเหตุ เช่น ต่อมพาราไทรอยด์โต แล้วรักษาที่ต้นเหตุครับ ไม่ใช่ให้คนไข้ไปอดอาหาร
สรุป
คุณป้าสมพรและลูกหลานสบายใจได้เลยนะครับ "โรคเก๊าท์เทียม ไม่ต้องงดแคลเซียม ไม่ต้องเลิกดื่มนม" การดูแลตัวเองที่ดีที่สุดคือ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มนมเพื่อรักษากระดูกให้แข็งแรง ดื่มน้ำเยอะๆ และหมั่นออกกำลังกายเบาๆ
อย่าให้ความกลัวผลึกก้อนเล็กๆ มาพรากสารอาหารสำคัญที่ช่วยพยุงโครงสร้างร่างกายเราไปนะครับ กระดูกแข็งแรง เข่าแข็งแรง ชีวิตมีความสุขครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#เก๊าท์เทียม #กินแคลเซียมได้ไหม #แคลเซียมกับเก๊าท์เทียม #กระดูกพรุน #Pseudogout #ผู้สูงอายุดื่มนม #โรคข้อและกระดูก #หมอเก่งกระดูกและข้อ
Reference
- Zhang W, et al. EULAR recommendations for calcium pyrophosphate deposition. Part I & II. Ann Rheum Dis. 2011.
- (สรุป: คำแนะนำระดับนานาชาติ ไม่มีการระบุให้จำกัดอาหารแคลเซียมในผู้ป่วยเก๊าท์เทียม แต่เน้นการหาสาเหตุทางเมตาบอลิกอื่นๆ เช่น แมกนีเซียมต่ำ)
- Richette P, et al. Calcium pyrophosphate deposition disease. Lancet. 2009.
- (สรุป: อธิบายพยาธิกำเนิดว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับเซลล์ในกระดูกอ่อน (Chondrocytes) ไม่ใช่ภาวะแคลเซียมล้นเกินจากการรับประทานอาหาร)
- Abhishek A, Roddy E, Doherty M. Gout and calcium pyrophosphate deposition in the elderly. Maturitas. 2015.
- (สรุป: เน้นย้ำความสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม การงดแคลเซียมอาจเสี่ยงต่อกระดูกหักจากภาวะกระดูกพรุน ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ใหญ่กว่า)
- Jones, A.C. et al. Diseases associated with calcium pyrophosphate deposition disease. Semin Arthritis Rheum. 1992.
- (สรุป: การศึกษาความสัมพันธ์ของโรค พบว่าโรคที่เกี่ยวข้องคือ Hyperparathyroidism (ฮอร์โมนผิดปกติ) ไม่ใช่ Dietary Hypercalcemia (กินแคลเซียมเยอะ))
Comments
Post a Comment