"ไม่ได้กินไก่ ไม่ได้กินยอดผัก ทำไมเข่าบวมเป่ง?" รู้จัก 'เก๊าท์เทียม' นักเลียนแบบตัวร้าย ที่ทำให้ผู้สูงวัยปวดเข่าจนเดินไม่ได้
"ไม่ได้กินไก่ ไม่ได้กินยอดผัก ทำไมเข่าบวมเป่ง?" รู้จัก 'เก๊าท์เทียม' นักเลียนแบบตัวร้าย ที่ทำให้ผู้สูงวัยปวดเข่าจนเดินไม่ได้
"หมอครับ แม่ผมแกเคร่งเรื่องกินมาก ไก่ไม่กิน เครื่องในไม่แตะ ยอดผักงดหมด แต่ทำไมอยู่ดีๆ เมื่อคืนแกตื่นมาปวดเข่าขวา บวมแดงร้อนจี๋ ขยับไม่ได้เลยครับ ร้องโอดโอยน่าสงสารมาก แกหลุดไปกินอะไรแสลงหรือเปล่าครับ หรือว่าเป็นเก๊าท์กำเริบ?"
ลูกชายของ "คุณยายสมศรี" วัย 75 ปี รีบพาคุณยายมาโรงพยาบาลด้วยความตกใจ ทั้งสงสารแม่และสับสน เพราะดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างดีมาตลอด พอมอเก่งตรวจดูเข่าคุณยาย พบว่าบวมแดงและร้อนมาก (เหมือนเก๊าท์เปี๊ยบ!) แต่พอเจาะน้ำในข้อออกมาตรวจ และส่งเอกซเรย์ กลับพบความจริงว่า... นี่ไม่ใช่โรคเก๊าท์จากกรดยูริกครับ แต่เป็นโรคแฝดคนละฝาที่ชื่อว่า "เก๊าท์เทียม" (Pseudogout)
ใครที่มีญาติผู้ใหญ่ปวดเข่าเฉียบพลันแบบหาสาเหตุไม่ได้ ห้ามพลาดบทความนี้ครับ เพราะการรักษา "เก๊าท์เทียม" กับ "เก๊าท์แท้" นั้น มีจุดต่างที่สำคัญมาก!
ความจริงของ "เก๊าท์เทียม" (Pseudogout)
ถ้า "โรคเก๊าท์แท้" เกิดจาก "ผลึกเกลือยูริก" (Uric Acid) ที่แหลมคมเหมือนเข็ม เจ้า "โรคเก๊าท์เทียม" นี้ ก็เกิดจากผลึกเหมือนกันครับ แต่เป็น "ผลึกแคลเซียม" (CPPD - Calcium Pyrophosphate Dihydrate)
จินตนาการง่ายๆ ครับ
- เก๊าท์แท้: เหมือนมี "เข็มแก้ว" ทิ่มตำในข้อ (สัมพันธ์กับอาหารการกิน)
- เก๊าท์เทียม: เหมือนมี "ผงชอล์ก" หรือฝุ่นหินปูน หลุดร่วงลงไปในน้ำมันหล่อลื่นข้อเข่า
ปกติผลึกแคลเซียมพวกนี้จะฝังตัวเงียบๆ อยู่ในกระดูกอ่อนผิวข้อครับ (เหมือนหินปูนเกาะฟัน) วันดีคืนดี พอร่างกายอ่อนแอ มีการกระแทก หรือเจ็บป่วยไม่สบาย เจ้าผลึกพวกนี้จะ "หลุดร่วง" ลงมาในช่องว่างข้อเข่า ร่างกายตกใจนึกว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม เลยส่งเม็ดเลือดขาวมารุมกินโต๊ะ จนเกิดการระเบิดเป็นการอักเสบ บวม แดง ร้อน อย่างรุนแรงนั่นเองครับ
ใครบ้างที่เสี่ยง? และอาการเป็นอย่างไร?
1. อาการ: "นักเลียนแบบมือหนึ่ง" อาการของเก๊าท์เทียม จะเหมือนเก๊าท์แท้ หรือ เหมือนข้อติดเชื้อ จนแทบแยกไม่ออกด้วยตาเปล่าครับ
- ปวดรุนแรงและเฉียบพลัน: มักเป็นขึ้นมาเองทันที ภายใน 12-24 ชั่วโมง
- ตำแหน่ง: ชอบเป็นที่ "ข้อเข่า" มากที่สุด (ต่างจากเก๊าท์แท้ที่ชอบเป็นที่โคนนิ้วโป้งเท้า) และข้อมือ
- บวม แดง ร้อน: จับดูจะรู้สึกอุ่นหรือร้อนชัดเจน ผิวหนังตึง
- ไข้: บางคนอาจมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย
2. ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)
- อายุ: ยิ่งอายุมาก ยิ่งเสี่ยง (มักพบในคนอายุ 60 ปีขึ้นไป)
- โรคประจำตัว: คนที่มีปัญหาเรื่องฮอร์โมนและเกลือแร่ เช่น
- โรคไทรอยด์ (Hypothyroidism)
- โรคพาราไทรอยด์ฮอร์โมนสูง (Hyperparathyroidism) - อันนี้ตัวดีเลยครับ ไปดึงแคลเซียมมาสะสมผิดที่
- ภาวะธาตุเหล็กเกิน (Hemochromatosis)
- ภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ
3. การตรวจวินิจฉัย (ต้องตรวจถึงจะรู้ชัวร์) หมอเก่งจะใช้วิธีสืบสวน 2 ขั้นตอนครับ:
- เจาะน้ำไขข้อ (Joint Aspiration): วิธีมาตรฐานทองคำ หมอจะดูดน้ำในเข่าออกมา ถ้าเป็นเก๊าท์เทียม น้ำมักจะขุ่นเล็กน้อย เมื่อส่องกล้องจุลทรรศน์จะเจอ "ผลึกรูปสี่เหลี่ยมเปียกปูน" (Rhomboid shape) ซึ่งต่างจากเก๊าท์แท้ที่เป็นรูปเข็ม
- สำคัญมาก: การเจาะน้ำยังช่วยแยกโรค "ข้อเข่าติดเชื้อ" (Septic Arthritis) ซึ่งอันตรายมาก ออกไปได้ด้วย
- เอกซเรย์ (X-ray): จะเห็นลักษณะเฉพาะคือ "เส้นสีขาวจางๆ" (Chondrocalcinosis) แทรกอยู่ในแนวกระดูกอ่อนผิวข้อหรือหมอนรองกระดูกเข่า เหมือนมีใครเอาชอล์กไปขีดไว้
แนวทางการรักษา: ทำอย่างไรให้หายปวด?
ข่าวดีคือโรคนี้รักษาให้หายปวดได้เร็วมากครับ ถ้าวินิจฉัยถูก!
1. การเจาะดูดน้ำข้อเข่า (Arthrocentesis) แค่หมอเจาะดูดเอาน้ำที่อักเสบและมีผลึกแคลเซียมลอยอยู่ออกมา ความดันในข้อจะลดลง คนไข้จะรู้สึก "โล่ง" และหายปวดไปกว่า 50% ทันทีครับ
2. การฉีดยาเข้าข้อ (Intra-articular Injection) หลังจากดูดน้ำออก และมั่นใจว่าไม่มีการติดเชื้อ หมออาจฉีด "สเตียรอยด์ลดการอักเสบ" เข้าไปในข้อเข่า วิธีนี้ได้ผลดีเยี่ยมและรวดเร็วมากสำหรับเก๊าท์เทียม อาการบวมแดงมักจะยุบลงใน 24 ชั่วโมง
3. ยารับประทาน
- ยาแก้ปวดลดอักเสบ (NSAIDs): ใช้ระยะสั้นๆ เพื่อลดปวด (ต้องระวังโรคไตและกระเพาะในผู้สูงอายุ)
- ยาคอลชิซีน (Colchicine): ยาเม็ดเล็กๆ ที่ใช้รักษาเก๊าท์แท้ ก็ใช้รักษาเก๊าท์เทียมได้ผลดีเช่นกันครับ ช่วยลดการระดมพลของเม็ดเลือดขาว
- ประคบเย็น: ช่วยลดบวมและบรรเทาปวดได้ดี
4. รักษาที่ต้นเหตุ หากตรวจพบว่ามีโรคประจำตัวซ่อนอยู่ เช่น พาราไทรอยด์สูง หรือ แมกนีเซียมต่ำ ต้องรักษาโรคนั้นๆ ควบคู่กันไป เพื่อลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?
โรคเก๊าท์เทียม "อาจกลับมาเป็นซ้ำได้" ครับ เพราะผลึกแคลเซียมที่ฝังในกระดูกอ่อนมันยังอยู่ แต่ถ้าเราดูแลร่างกายดีๆ ไม่เจ็บป่วย ไม่ขาดน้ำ ก็อาจจะไม่กำเริบอีกเลยก็ได้ สิ่งที่ต้องระวังคือ ถ้าปล่อยให้เข่าอักเสบบ่อยๆ ผลึกพวกนี้จะไปทำลายผิวกระดูกอ่อน ทำให้กลายเป็น "โรคข้อเข่าเสื่อม" ได้เร็วขึ้นกว่าคนปกติครับ
สรุป
สำหรับคุณยายสมศรีและผู้สูงอายุทุกท่าน หากอยู่ๆ ปวดเข่าจี๊ด บวมเป่งขึ้นมา โดยที่ไม่ได้ไปกระแทกอะไร อย่าเพิ่งเหมาว่าเป็นเก๊าท์แท้แล้วไปซื้อยากินเองนะครับ เพราะยาบางตัว (เช่น Allopurinol ลดกรดยูริก) "รักษาเก๊าท์เทียมไม่ได้" ให้รีบมาพบแพทย์ เพื่อเจาะน้ำข้อเข่าดูให้แน่ใจ การรักษาที่ตรงจุด จะช่วยให้ท่านกลับมาเดินได้ปร๋อภายในไม่กี่วันครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#เก๊าท์เทียม #Pseudogout #ข้อเข่าอักเสบเฉียบพลัน #ปวดเข่าผู้สูงอายุ #หินปูนในข้อ #CPPD #เจาะเข่า #หมอเก่งกระดูกและข้อ
Reference
- Rosenthal AK, Ryan LM. Calcium Pyrophosphate Deposition Disease. N Engl J Med. 2016;374(26):2575-2584.
- (สรุป: บทความทบทวนความรู้อย่างละเอียดในวารสารการแพทย์ชั้นนำ อธิบายกลไกการเกิดโรค การวินิจฉัยแยกโรคจากเก๊าท์ และแนวทางการรักษาปัจจุบัน)
- Zhang W, et al. EULAR recommendations for calcium pyrophosphate deposition. Part I: terminology and diagnosis. Ann Rheum Dis. 2011;70(4):563-570.
- (สรุป: ข้อแนะนำมาตรฐานจากสมาคมรูมาตอยด์ยุโรป เรื่องเกณฑ์การวินิจฉัยเก๊าท์เทียม โดยเน้นความสำคัญของการเจาะตรวจน้ำไขข้อ)
- Zhang W, et al. EULAR recommendations for calcium pyrophosphate deposition. Part II: management. Ann Rheum Dis. 2011;70(4):571-578.
- (สรุป: แนวทางการรักษาเก๊าท์เทียม ระบุว่าการดูดน้ำข้อและการฉีดสเตียรอยด์เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในผู้ป่วยที่มีอาการข้อเดียว)
- Richette P, et al. 2016 updated EULAR evidence-based recommendations for the management of gout. Ann Rheum Dis. (Comparison context).
- (สรุป: แม้จะเป็นไกด์ไลน์ของเก๊าท์แท้ แต่มีการเปรียบเทียบยาที่ใช้ได้ร่วมกัน เช่น Colchicine และ NSAIDs)
- Abhishek A, et al. Calcium pyrophosphate deposition disease: a review. Maturitas. 2015.
- (สรุป: ข้อมูลเจาะลึกในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยระบุว่าโรคนี้พบได้บ่อยมากในคนที่อายุเกิน 80 ปี และมักถูกวินิจฉัยผิดว่าเป็นแค่ข้อเสื่อมธรรมดา)
Comments
Post a Comment